วิกฤตโควิด 19 กับปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนต่าง ๆ บนโลก | Hotline: 0802929999 | 029599999

วิกฤตโควิด 19 กับปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนต่าง ๆ บนโลก

download

Stephen L. Dogget

ChowYang Lee

แปลโดย
คุณสิษฐพงศ์ วามะศิริภัทร

จากบทความ “วิกฤตโควิด 19 กับปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนต่าง ๆ บนโลก”  เขียนโดย Stephen L. Doggett ผู้อำนวยการกีฏวิทยาใน NSW Health Pathology และ ChowYang Lee ศาสตราจารย์และประธานสาขากีฏวิทยา ทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฏวิทยาหรือแมลงต่าง ๆ ได้เขียนบทความเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด 19 ที่ส่งผลต่อปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนต่าง ๆ บนโลก  ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดย คุณสิษฐพงศ์ วามะศิริภัทร และทีมงานฝ่ายวิชาการของ Bug Solutions ตามบทความด้านล่าง

ปราศจากข้อสงสัยว่า ภาวะวิกฤตการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 ในขณะนี้คือภัยคุกคามที่รุนแรง ที่สุดครั้งเดียวที่มนุษยชาติเคยพบเจอ หลัง สงครามโลกครั้งที่ 2. อย่างไรก็ตามภาวการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ส่งผลร้ายต่อสุขภาพในระยะยาวของโลก ซึ่งการ ปรากฏตัวอย่างกะทันหันของวิกฤตไวรัสโควิด 19 ทำให้เกิดปรากฏการณ์ความตื่นตระหนกและความสูญเสียอย่างร้ายแรง ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่บทความนี้ (1 พ.ค. 63) จำนวนของผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 3.3 ล้านคนและเสียชีวิตแล้วกว่า 230,000 คนทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง น้ันอาจจะมากกว่าจำนวนที่ได้รับรายงานมา 5-10 เท่าจากข้อมูลที่มีอยู่เพราะในบางประเทศมีปริมาณ การตรวจโรคที่จำกัด ซึ่งในขณะที่คุณได้อ่าน บทความนี้ช่างน่าเศร้าที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบ อาจมีมากกว่าเดิมอย่างมาก คำถาม คือ เมื่อไร วิกฤตนี้จะถึงจุดยติ?

ซึ่งนักวิชาการบางท่านได้มีการคาดการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตว่าอาจมีมากถึง 200 ล้าน คนทั่วโลก หวังว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม และนโยบายการล็อคดาวน์ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกนั้น จะสามารถลดปริมาณความสูญเสียในปัจจุบัน ไม่ให้แตะตัวเลขจากการคาดการณ์ที่น่าเสียวสันหลังนี้

ในปัจจุบัน สถาบันวิจัยทั่วโลกได้มีการแข่งขันกันเพื่อเอาชนะไวรัสโควิด-19 ซึ่ง มีกว่า 47 สถาบัน ที่ได้ทำการวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีน และ มีการพัฒนายาต้านไวรัสกว่า 200 โครงการ โดย ขณะนี้ยังไม่มีวิธีที่สามารถกำราบเจ้าไวรัสโควิด 19 ได้อย่างอยู่หมัด เหมือนกรณีโรคฝีดาษ ที่เราหวังว่าจะค้นพบวิธีบรรเทาผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุดใน อนาคต ซึ่งแน่นอนว่าผลของการระบาดครั้งนี้จะส่งผลอยู่อีกหลายปีหรือหลายทศวรรษ

วิกฤตโควิด19 ส่งผลต่อปัญหาแมลงและ สัตว์รบกวนอย่างไร ? ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ในประเทศอังกฤษ เมืองนิวออร์ลีน สหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย สังเกต ได้จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณหนูสอดคล้องกับ การ ปิดตัวลงของร้านค้าร้านอาหาร และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ได้ทำให้หนูต้องหาแหล่งอาหารใหม่จึงทำให้พบเห็นได้ง่ายและเพิ่มขึ้นตามท้องถนน ทำให้หนูบุกรุกเข้าไปในบ้านเรือนหรือ อาคารที่พักอาศัยของมนุษย์ ซึ่งเมื่ออยู่ในอาคาร บ้านเรือนของมนุษย์หนูจะหาแหล่งอาหารที่สมบูรณ์กว่า จากสาเหตุความตื่นตระหนกของ มนุษย์ที่ซื้อ และกักตุนอาหารเพิ่มขึ้น

ด้วยปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้หลาย ๆ อย่าง บทความนี้จึงคาดการณ์ว่าวิกฤตไวรัสโควิด 19 ที่จะส่งผลกระทบถึงปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนใน ครัวเรือนและอุตสาหกรรมในภาพรวมดังนี้

 สิ่งสำคัญที่ควรจดจำลำดับแรกคือ ในกลุ่มแมลงขาปล้อง (arthropods) ชนิดที่ดูดเลือดได้อาทิ ยุง ไม่สามารถที่จะส่งผ่านโรคโควิด 19 ได้แต่สัตว์ บางประเภทในกลุ่มนี้อาจส่งผ่านไวรัสที่เรียกว่า อโบไวรัส (arboviruses) ที่สามารถแทรกซึมเข้าไป ในเซลล์เข้าผ่านผิวหนังของเหยื่อจากต่อมน้ำลายของสัตว์พาหะแล้วแพร่ไปที่สัตว์สายพันธุ์อื่นใน ระหว่างการดูดเลือด สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีวิวัฒนาการทางจุลชีววิทยาจากโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนามาจาก โครงสร้างที่มีการเคลือบของโปรตีนที่สามารถรับรู้และประสานเข้ากับผนังลำตัวแมลงขาปล้อง (arthropods) ซึ่งไวรัสที่ไม่ได้มีวิวัฒนาการจาก ขั้น ตอนนี้จะถูกทำลายด้วยเอนไซม์ในลำไส้

มากไปกว่าน้ันไวรัสโควิด 19 ไม่สามารถ ติดต่อผ่านทางเลือด แต่เป็นการแพร่ของไวรัสผ่านทางละอองฝอย หรือการติดต่อจากพื้นผิวที่มีการปนเปื้อน สิ่งนี้หมายความว่าผลกระทบในอนาคตของการแพร่ระบาดโควิด 19 จะส่งผลกระทบต่อ ปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนในครัวเรือน ซึ่งเกี่ยวข้องทางอ้อมกับการย้ายที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และส่งผลกระทบถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของโลก

มันเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นของปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนบางกลุ่ม เช่น ในกรณีที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเกือบเป็นศูนย์ทำให้โรงแรมหรือที่พักขนาดเล็กแทบไม่มีคนเข้า พักในห้องพัก จนเราสามารถสังเกตเห็นถึงการลดลงของตัวเรือด ถึงแม้ว่าตัวเรือดจะเป็นแมลงที่ปรับตัวได้เก่ง มีชีวิตอยู่ได้ที่อุณหภูมิ22 องศาและ สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นเมื่ออุณหูมิที่เย็นลง เมื่อไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ และสามารถมีชีวิตได้นานโดยไม่มีอาหาร โดยช่วงอดอยากตัวเรือดจะทำการหา แหล่งเลือดใหม่โดยการย้ายถิ่นที่ระบาดไปอีกพื้นที่ หนึ่ง ซึ่งเป็นโอกาสที่หายากในการกำจัดปัญหาตัวเรือดตามห้องพักของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากทุกห้องพักไม่มีแหล่งเลือดที่เป็นอาหารทำให้จำกัดการแพร่ระบาด สู่สภาพปกติไดอ้ย่างรวดเร็วขึ้นช่วงนี้

จากที่กล่าวไว้ข้างบนหนูอาจจะย้ายออกจากจุดต่าง ๆ จากจุดที่มีมนุษย์อยู่น้อยลง (พื้นที่ที่ไม่มีคน) เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร พื้นที่บริการ ด้านอาหารแมลงสาบอเมริกันจะเข้ามาจากทางท่อระบายน้ำ เพราะว่าไม่ได้ถูกชะล้างออกไปด้านนอก อย่างต่อเนื่อง และหนูจะพบได้บ่อยขึ้นจากฝ้าเพดานร้านอาหารซึ่งจะเงียบลงกว่าปกติ สิ่งนี้หมายความว่าเมื่อร้านอาหารเปิดใหม่อีกครั้งนึง เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะพบปัญหาแมลงและสัตว์พาหะทันทีและอาจพบประเด็นการปนเปื้อนของอาหารด้วย ในข้อเท็จจริงบางประเทศได้มีปริมาณการใช้บริการทำความสะอาดเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับปริมาณธุรกิจที่กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง

นอกจากนั้นมาตรการล็อคดาวน์ในหลายประเทศที่บังคับให้ประชาชนอยู่แต่ภายในอาคาร บ้านเรือนเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทำให้ระบบทำความร้อนที่ถูกใช้เป็นเวลาที่มากขึ้น ในบ้านและอพาทเมนต์ในเขตที่ภูมิอากาศเขต อบอุ่น ซึ่งมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ในช่วงเวลานี้ของปี ทำให้เกิดสิ่งปฏิกูลจากเศษอาหารเหลือทิ้งในครัวเรือน ที่ปราศจากการทำความสะอาด ในอุณหภูมิความอบอุ่นที่เหมาะสมจะเป็นแหล่งดึงดูดอย่างดีโดยเฉพาะหนูและมด

จากการที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทุ่มเทกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเพื่อใช้ในการบริหารภาวะการระบาดโควิด 19 ซึ่งจะทำให้งบประมาณ ในการจัดการกับโรคระบาดอื่น ๆ ลดลง เช่น โรค ไข้เลือดออก มาลาเรีย ซึ่งในขณะเดียวกัน จำนวนการติดโรคไข้เลือดออก ได้ถีบตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศสิงคโปรด์มี ผู้ติดเชื้อ 5,792 รายและ เสียชีวิต 5 ราย ณ ข้อมูลถึง 28 เมษายน 2563 ซึ่งจำนวน ผู้ป่วยใหม่ที่เกิดขึ้นนั้น เพิ่มสูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก จึง เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่พวกเราต้องควบคุมการระบาดของ แมลงและสัตว์รบกวน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดต่อจากแมลงและสัตว์รบกวน เช่น ยุงลาย ในภาวะการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสโควิด 19

อย่างไรก็ตามอิทธิพลรุนแรงที่วิกฤตไวรัสโควิด 19 จะส่งผลต่อปัญหาแมลงและสัตว์รบกวน กระทบต่อเศรษฐกิจ องค์การสหประชาชาติได้ ประเมินว่าวิกฤตไวรัสโควิด 19 จะทำาให้เกิดความเสียหายต่อต้นทุนเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างน้อย 1,000,000,000,000.- USD หรือ 1 ล้านล้านเหรียญ สหรัฐหรือประมาณ 33 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากยากเกินที่จะเข้าใจ ซึ่งไม่นานนี้ธนาคารพัฒนาเอเชียได้คาดการณ์ตัวเลขความเสียหายอาจเพิ่มสูงถึง 4.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทุกวันที่เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเพิ่มขึ้น จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลงเหมือนหมีที่ตะปบดิ่งลง และในช่วงไม่กี่เดือนก่อน ต้นปี2563 ทั่วโลกมีGDP ร่วงลงไปเสียหายไปแล้ว ถึง 3.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และอัตราว่างงานได้ขึ้นสูงอย่างฉับพลันและคาดการณ์ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า ปี1920 วิกฤตเกรทดีเพรทชั่น การแพร่ระบาดของโรคระบาดในปัจจุบันได้ทำให้คน ชนชั้นแรงงานตกงานเป็นจำนวนมหาศาลจนถึง 1 พฤษภาคม 2563 จำนวนคนตกงานที่ได้ยื่นแจ้ง ผลประโยชน์ทดแทนในอเมริกามีจำนวนถึง 30 ล้านคนแล้ว ด้วยจำนวนคนทำงานที่น้อยลงในที่ ทำงานสอดคล้องกับจำนวนธุรกิจที่ปิดตัว การใช้จ่ายจึงลดลงทำให้หลายธุรกิจเริ่มล้มละลาย โดยปราศจากการช่วยเหลือของรัฐบาล เป็นที่คาดการณ์ ว่าอัตราการผิดพลาดชำระหนี้เงินกู้ซื้อบ้านอยู่ในอัตราสูงว่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2551 หลาย ประเทศได้เผชิญกับภ าวะถดถอย และมีการคาดการณ์ภาวะความยากจนที่สูงขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ในการฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

ปัญหาความยากจนไม่มีทางทำให้ชนะปัญหาแมลงและสัตว์รบกวนได้ ยกตัวอย่างตัวเรือด จากการยกตัวอย่างข้างต้น ขณะที่การท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมและบริการที่เกี่ยวข้อง กำลังฟื้นตัว ทั่วโลกเริ่มมีความมั่นใจ การบุกรุกของ ตัวเรือดจากโรงแรมและห้องพักที่ทำการกำจัดเล็ดลอดและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วทั้งสังคมรอบข้าง ส่งผลกระทบเหล่านี้ให้ชนชั้นกลางถึงระดับล่าง ในที่ซึ่งผู้อาศัยไม่ได้มีทรัพยากรและรายได้เพียงพอที่จะดูแลป้องกันปัญหาสัตว์รบกวน ท าให้ ขาดการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีอาคารจำนวนมากที่ถูกบุกรุกจากตัวเรือด แมลง และ สัตว์พาหะอื่น ๆ เกิดขึ้นในชุมชนเป็นจำนวนมากได้เจริญเติบโตเยอะในช่วงเศรษฐกิจที่ซบเซา ไม่ใช่เพราะหนูแมลงสาบ นกและรวมไปถึงแมลง ข้อปล้อง การเพิ่มขึ้นของภาวะความยากจน ทำให้เกิดแหล่งรวมของสิ่งปฏิกูลซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถ แพร่กระจายไปในวงกว้างทั่วชุมชน ดังน้ันเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าปัญหาสัตว์รบกวนในชุมชนจะเพิ่มในอีกไม่กี่ปีหน้า

จากเหตุการณ์ข้างต้นนี้หรือนี่จะกลายเป็น โอกาสที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจกำจัดแมลง ?  ซึ่งในกรณีนี้ยังถือเป็นการมองในแง่ร้าย ทว่าจนถึงขณะนี้ผู้ให้บริการกำจัดแมลงโดยส่วนใหญ่ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยส่วน ใหญ่บริษัทฯ ในกลุ่มธุรกิจนี้มียอดขายลดลงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์เพราะว่างานบริการสุขอนามัยละการ ฆ่าเชื้อยังมีความต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งนี้ไม่น่าจะคงอยู่ในระยะยาว

ซึ่งในช่วงการล็อกดาวน์ธุรกิจที่ไม่จำาเป็น ต่อการดำรงชีวิตปกติซึ่งต้องใช้บริการกำจัดแมลง หลายธุรกิจได้ปิดตัวลง ปัจจุบันร้านอาหารส่วน ใหญ่จะให้บริการเพียงซื้อกลับไปทานที่บ้าน และไม่มีการให้บริการให้นั่งทานในร้าน ส่วนสำนักงาน ธุรกิจ ต่างถูกปิดพนักงานต้องทำงานที่บ้าน รวมถึง ศูนย์การค้าและ ห้างสรรพสินค้าที่ถูกปิด ดังนั้นเรา คาดการณ์ว่าในระยะยาวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมี บริษัทกำจัดแมลง ที่ลูกค้าใช้บริการกำจัดแมลงในปัจจุบัน ถูกยกเลิกสัญญามากขึ้น

 

จำนวนของสถานประกอบการที่ต้องใช้ บริการจัดการกำจัดแมลงและสัตว์รบกวน (PMPs) ต่อวันจะลดลง เพราะมาตรการด้านความปลอดภัยของผู้ดูแลและบริหารอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด 19. หลายข้อกำหนด และ มาตรการที่เมื่อก่อนไม่จำเป็นก่อนเกิดเหตุการณ์ โรคระบาด ได้ถูกบังคับใช้เช่น เจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการส่วนมากรถูกบังคับให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) และถูกบังคับเก็บให้เก็บใส่ถุงเมื่อบริการเสร็จ ก่อนย้ายเข้าอาคารใหม่ เพื่อป้อง การการปนเปื้อนระหว่างสถานที่ ด้วยจำนวนอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่ไม่เพียงพอทั่วโลก เป็นสิ่งท้าทายที่บริษัทกำจัดแมลงและสัตว์ที่จะจัดหาอุปกรณ์ให้อย่างเหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ผู้ ให้บริการ

เนื่องจากความกลัวในการติดโรคโควิด 19 จากการระบาด ในขณะนี้ได้ทำให้เกิดความสงสัยและกังวลระหว่างผู้คน รวมถึงพวกเราถูกเตือนให้ รักษาระยะห่างตลอดเวลา ดังนั้นเจ้าของบ้านจะไม่ต้อนรับพนักงานกำจัดแมลงเข้าอาคารบ้านเรือน สำาหรับบริการกำาจัดแมลง อาทิ บริการกำจัด แมลงสาบเยอรมัน หากขาดการเข้าบริการหลาย เดือน อาจนำ มาซึ่งการเพิ่มขึ้นของสารก่อภูมิแพ้ซึ่ง จะนำมาซึ่งความเสี่ยงของเจ้าของบ้านที่จะพัฒนาไปสู่โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด

การฝึกอบรมหลักสูตรบริหารจัดการสัตว์รบกวนมืออาชีพก็ได้รับผลกรทบจากโรคระบาด. เนื่องจากงานประชุม สัมมนาต่าง ๆ รวมถึงการฝึกอบรมได้ถูกยกเลิก หรือเลื่อนไปเป็นปี 2564  เนื่องจากความต้องการในการฝึกอบรมการกำจัด แมลงมีอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การฝึกอบรมเปลี่ยน มาใช้ช่องทางออนไลน์แต่โครงการเหล่านั้นต่างขาดการประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม. สิ่งนี้ทำให้ขัดขวางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างมืออาชีพ เพื่อที่จะประคับประคอง เศรษฐกิจที่เสื่อมถอยและอัตราการว่างงานที่มโหฬาร รัฐบาลทั่วโลกได้สูบฉีดเงินสดจำนวนมากเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาคนว่างงานที่รุนแรงไปต่อได้ตัวอย่าง เช่น อเมริกา ประเทศเดียวได้ปล่อยเงิน สด 2 ล้านล้านเหรียญ หรือ 66 ล้านล้านบาท เพื่อ สนับสนุนเศรษฐกิจประเทศ ถึงแม้ว่ารัฐบาลมีภาระ หนี้สินถึง 25 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งจำนวนนี้ยังอาจ ไม่พอเพียงในอนาคต

โดยปราศจากการเพิ่มเติมเงินสดเข้าในระบบเศรษฐกิจจะพังทลาย ประชาชนจะหิวโหย แต่เงินจะมาจากไหนล่ะ?  ในขณะที่รัฐบาลจะกู้ยืมเงินต่อไป โดยที่สุดแล้วเงินที่ได้เพิ่มมาจาก คนที่ชื่อว่า “ผู้เสียภาษี” ดังน้ันสภาวะเศรษฐกิจจะถูกให้ รัดเข็มขัด และอาจจะมีการเรียกเก็บภาษีในอัตราที่ สูงขึ้น ผู้คนทั่วไปอาจมีอำนาจในการใช้จ่ายลดลงและเงินและความถี่ที่ลดลงในการกำจัดแมลงและลดความถี่และพึ่งพิงการทำด้วยตัวเอง (DIY) มากขึ้น

ที่มากไปกว่านั้นคือการแข่งกับวิกฤตไวรัสโควิด 19 พวกเราระดมทุนวิจัยในอนาคตวิจัยทางไวรัสเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงของภาวะคุกคาม จากโรคเอดหรือเอชไอวีความแตกต่าง โควิด กระทบทุกคนและเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าเงิน จำนวนมากกว่าที่จะใส่ในการสืบสวนป้องกันโควิด สิ่งนี้บอกถึงการระดมทุน เรื่องแมลงพาหะในชุมชนได้รับผลการะทบ พัฒนาการการลดลงของผู้ชำนาญการ

ในภาวะที่ความสนใจทั่วโลกนั้นมุ่งไปที่การแก้ปัญหาโควิด 19 กลับกันวิกฤตภาวะเรือนกระจกกลับถูกเพิกเฉย การปิดตัวลงของหลายอุตสาหกรรมและการลดลงของแขกที่เข้าพักในโรงแรม อาจหมายความว่าข้อตกปารีสที่จะเกิดขึ้น ในปีนี้ด้วยเศรษฐกิจของโลกที่ถดถอยลงจะทำให้มี การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาภาวะก๊าซเรือน กระจกลดลง โดยเฉพาะนักการชุมชนอนุรักษ์ที่ ยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาที่มีสาเหตุจากการทำของมนุษย์ อาทิ สภาวะก๊าซเรือนกระจก สภาวะอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงได้มีส่วนเปลี่ยนแปลงจำนวนของ ปัญหาแมลงพาหะ สิ่งนี้ยุงแมลงพาหะทั่วอเมริกาที่ครั้งนึงเคยหนาวกว่านี้ เพื่อที่จะสนับสนุนปริมาณ ประชากรยุงเราได้พบถึงตัวเห็บหมัดที่มีภาวะ ตื่นตัวขึ้นกว่าในช่วงหน้าหนาวและด้วยการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิทำให้สัตว์ตาย ช่วงชีวิตของแมลงอายุสั้นลงเพราะอากาศร้อนขึ้น การพัฒนาการของการ ต้านทานยาฆ่าแมลงที่มากขึ้น การปลูกธัญพืชทั่ว โลกถูกกดดันจาการเพิ่มขึ้นของแมลงรบกวน ทำให้ควบคุมยากขั้นลดประสิทธิผลของยาฆ่าแมลง เราสามารถคาดการณ์ว่าแมลงจะชุกชุมขึ้นในโลกที่อบอุ่นขึ้น

ประเด็นด้านบวกด้านนึงของโควิด คือการให้ความร่วมมือกันของแต่ละประเทศสิ่งนี้อาจหมายถึง งบป้องกันทางการทหารที่ถูกลดลงและ นำไปใช้ในด้านที่เหมาะสมกว่านการป้องกันรักษาชีวิต และป้องกันเศรษฐกิจและรวมถึงการสู้รบปรบมือกับการเยียวยารักษาผลกระทบของอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เวลาจะเป็นตัวบอกอย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวในการที่จะแก้ปัญหาโดยเร็วของโค วิดโดยเฉพาะ อเมริกาและสหภาพยุโรป มูลค่าความเสียหายพุ่งขึ้นมหาศาล ซึ่งสิ่งนี้ได้ทำให้ อาจจะมีการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจของโลก รวมถึงการ เปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ความหวาดระแวงที่บางประเทศมีคืออาจจะรู้สึกถึงการ เพิ่มขึ้นของงบประมาณทางการทหาร ซึ่งหมายถึง ว่าเงินที่มีอยู่ลดดน้อยลงไปสำหรับสินค้าทั่วโลกและลดลงของงบประมาณที่จะใช้ป้องกันแมลงและสัตว์ รบกวนในครัวเรือน

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนและยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เส้นทางชีวิตพื้นฐานของพวกเราจะเปลี่ยนตลอดไปแล้วอุตสาหกรรมกำจัดแมลงต้องปรับเปลี่ยนให้อยู่รอดกับโลกในยุค “New Normal” นี้อย่างไรใครจะ ไปรู้นอกจากว่าเวลาในอนาคตที่จะพิสูจน์สิ่งที่ เกิดขึ้น เป็นโชคไม่ดีที่สิ่งที่ชัดเจนแล้วเป็นอนาคตของเราที่อยู่ในโลกที่ไม่แน่นอน

Total Page Visits: 52 - Today Page Visits: 1
Comments are closed.
Translate »

ห้าม Coppy นะครับ